แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Jim Caviezel แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Jim Caviezel แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552

Deja Vu : ภาระกิจเดือด ล่าทะลุเวลา


Deja Vu : ภาระกิจเดือด ล่าทะลุเวลา
แนว : แอ็คชั่น / ระทึกขวัญ / อาชญากรรม / ผจญภัย / Sci-Fi
ความยาว : 128 นาที
เข้าฉายเมื่อ : 5 ธันวาคม 2549
Rating 3.5/5 สงสัยว่าแดนเซลจะสอบใบขับขี่ตกครับขับรถชนตลอด!!!



เดจา วู ตอนแรกที่เห็นชื่อหนังผมก็ประหลาดใจครับว่าทำไมชื่อมันแปลกจังหว่า ผมก็เก็บความสงสัยนั้นมาตั้งนานจนกระทั่งหนังเข้าก็เป็นหน้าที่ผมล่ะที่ต้องเข้าไปพิสูนจ์ให้เห็นจริงว่าหนังเป็นอย่างไร หนังเรื่องนี้เปิดตัวผู้แสดงได้อย่างน่าสนใจครับ แดนเซล วอชิงตัน เป็นตัวแสดงนำ ต้องขอบอกว่าผมคุ้นเคยกับแกดีเพราะดูหนังแกบ่อยเหมือนกันครับ และหนังเรื่องนี้ที่มาดูก็ได้แกแหล่ะครับที่เป็นจุดขายให้ผมเข้ามาดู ผมจำไม่ได้แล้ววว่าไปดุหนั้งเรื่องนี้ที่โรงไหนแต่จำได้ว่าวันที่ผมดูนั่นน่ะคนในโรงน้อยจังเลย อาจเป็นเพราะว่าไม่มีดาราดังแสดงมากนักก็เป็นได้ ที่ดังๆ ที่แสดงด้วยก็คือ จิม คาวีเซล ครับที่แสดงเรื่อง Frequency แล้วก็ วาล คิมเมอร์ อีกคนครับที่ดังหน่อย แต่ตอนไปดูต้องบอกว่าผิดคาดครับตอนที่ดูเรื่องนี้ผมตื่นเต้นไปกับตัวหนังสนุกลุ้นทุกฉากครับ หนังนี้จะมีแนวคิดคล้ายๆ กับเรื่อง Frequency ที่ว่าอดีตสามารถส่งผลถึงปัจุบันได้ แต่ว่าอย่าไปคิดมากถึงจุดนั้นเลยครับเราดูหนังเพื่อความสนุกมากกว่า สำหรับหนังเรื่องนี้เป็นผลงานของ เป็นผลงานของ โทนี่ สก็อต ภายใต้การสร้างของ เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ มือพระกาฬครับ สำหรับผู้สร้างและผู้กำกับหนังเรื่องนี้ต่างก็มีเครดิตในการสร้างหนังที่ทำรายได้ระดับร้อยล้านเหรียญเยอะไปหมด สำหรับหนังเรื่องนี้ต้องบอกว่าการเขียนบทเขียนได้อย่างแยบยลครับ จากปัจุบันไปสู่อดีตแล้วย้อนมาสู่ปัจุบัน ตอนแรกผมดูก็ยังงงๆ นะครับแต่ว่าพอดีไปหลายๆ ทีแล้วโอ้โหเขียนบทกันได้ไงหว่าสุดยอดจริงๆ ก็ต้องยกความดีให้กับคนเขียนบทล่ะครับงานนี้ สิ่งที่ชอบในหนังเรื่องนี้คือบทไล่ล่าที่ตัดสลับอดีตกับปัจุบันได้อย่างลงตัว ตอนที่แดนเซล ขับรถล่าผู้ร้ายโดยใช้เครื่องมือพิเศษที่มองย้อนไปในอดีตได้นี่ผมว่าทำได้อย่างลงตัวที่สุดแล้ว แต่ที่เป็นแง่คิดก็คือการที่รัฐบาลสหรัฐมีเครื่องมือที่สอดส่องความเป็นอยู่ของประชากรได้แบบเครื่องมือในหนังนี่ผมว่าคนเราคงหมดความเป็นส่วนตัวแน่ๆ แบบว่าทำไรรู้กันหมดเลย แต่ดีที่ไม่มีอยู่จริง(หรือมีอยู่ก็ไม่รู้นะ) อีกคนที่ผมประทับใจก็คือผู้แสดงนำหญิง ที่ต้องตกเป็นเหยื่อของฆาตกรผมว่าเธอหน้าตาน่ารักดีครับแสดงก็ดีด้วยครับสำหรับหนังเรื่องนี้ผมดูไปลุ้นไปทุกครั้งที่ดูครับ ก็อยากให้หาๆ มาดูกันครับไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ


Frequency : เจาะเวลาผ่าความถี่ฆ่า


Frequency : เจาะเวลาผ่าความถี่ฆ่า
แนว : ดราม่า / แฟนตาซี / ลึกลับ / sci-fi
ความยาว : 118 นาที
Rating 4/5 เรื่องนี้ได้ลุ้นทุกฉากครับ

Synopsis
A phenomenon allows police officer John Sullivan (Jim Caviezel) to save the life of his long-dead father (Dennis Quaid). But changing the past leads to a string of brutal, serial homicides. Now, they both must race across time to stop the killer.
Release Date: October 31, 2001

Directed by: Gregory Hoblit
Starring: Dennis Quaid, Jim Caviezel, Shawn Doyle,Melissa Errico, Noah Emmerich, Elizabeth Mitchell, Andre Braugher, Jordan Bridges, Daniel Henson, Michael Cera


สำหรับผมนะครับ นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวและข้อมูลที่นำมาประกอบเป็นสิ่งที่รวบรวมมาจากหลายๆ ที่ก็ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
Frequency : เจาะเวลาผ่าความถี่ฆ่า เป็นหนังอีกเรื่องที่เล่นกับเงื่อนของเวลาที่ยังเป็นที่สงสัยกันอยู่ว่าการ ย้อนเวลาไปอดีต การเจาะเวลาไปยังอนาคตสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งก็เป็นที่ถกเถียงกันไม่จบสิ้น หนังเรื่องนี้ได้นำเรื่องปมเวลามาเล่นได้อย่างน่าสนใจครับ ไม่ว่าจะเป็นปมเงื่อนไขของเวลาที่ว่า "ถ้าเราทำอะไรในอดีตแล้ว สิ่งที่ทำจะปรากฎในอนาคต" ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ดีหรือร้ายได้ไม่มีใครรู้ ที่รู้ๆ คือทำดีไว้ก่อนแล้วจะดีเองในหนังตัวเอกที่เดินเรื่องจะมี เดนิส เควดที่แสดงเป็นพ่อ และ จิม คาวีเซล ที่แสดงเป็นลูก ทั้งสองตัวละครนี้จะเดินเรื่องได้อย่างสอดคล้องและต้องลุ้นกันตลอดไม่ว่าจะ เป็นการสืบสวนหาตัวคนร้าย ฆาตกรต่อเนื่องในคดีฆ่าพยาบาลไนติงเกล และต้องให้ทันเวลาเพื่อหยุดยั้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสิ่งที่ และการตามล่าหาความจริงนั้นมันมีผลกระทบต่อหลายสิ่งหลายอย่างทีเดียว ไม่ว่าจะต้องตกเป็นผู้สงสัยแทนฆาตกร การที่ต้องปกป้องคนที่รักไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของฆาตกร เรียกว่าหนังเรื่องนี้มีทุกรสชาติครับ สนุก ลุ้นระทึก ซึ้งใจ สิ่งที่ผมชอบในหนังเรื่องนี้คือการเชื่อมต่อของบทหนังที่ทำได้ไหลลื่น และยังเขียนบทได้กระชับทันใจได้ลุ้นทุกตอนครับ เรียกว่าต้องดูตาแทบไม่กระพริบกันเลย ผมจำได้ว่าหนังเรื่องนี้เข้าโรงแต่ผมไปดูแต่จำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้ แต่มาหลังๆ ได้ดูจากแผ่น DVD ที่ผมซื้อมาเก็บก็เริ่มชอบในหนังเรื่องนี้เพราะเหตุผลที่บอกไปแล้ว พอได้ดูหลายๆ ทีก็คิดว่า แหมช่างสร้างหนังได้เข้าถึงแก่นแท้ๆ หนังที่ดีต้องอย่างนี้ครับทำให้ผู้ดูไม่อยากลุกไปไหนตอนดู ทำให้ลืมเรื่องอื่นๆ ไปได้ตอนดูหนัง ผมไม่ได้บอกว่าเรื่องอื่นไม่ดีนะครับ แต่ว่าเรื่องนี้โดนใจจริงๆ ครับ ผมเสนอว่าใครที่ชอบหนังแนวสืบสวนควรหาเรื่องนี้ไว้เก็บนะครับ เพราะหนังดีๆ อย่างนี้ไม่อยากให้พลาดครับ เอาล่ะครับผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ ผมจะหาหนังเรื่องอื่นๆ มารีวิวอีกครับ อย่างไรต้องขอบคุณข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่ผมเข้าไปหาข้อมูลด้วยครับ